ทัวร์อินเดีย อิ่มเอม อินเดีย เนปาล สี่สังเวชนียสถาน พุทธคยา-ราชคฤห์-พารานสี-กุสินารา-ลุมพินี-สาวัตถี–ทัชมาฮาล-เดลี

ทัวร์อินเดีย อิ่มเอม อินเดีย เนปาล สี่สังเวชนียสถาน พุทธคยา-ราชคฤห์-พารานสี-กุสินารา-ลุมพินี-สาวัตถี–ทัชมาฮาล-เดลี - Waytica Travel
รหัสทัวร์
006-B07439
วันที่เดินทาง
พ.ย.69 - ธ.ค.69
ช่วงเวลา
9 วัน 7 คืน
เดินทางโดย
Thai Airways (TG)

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • อิ่มเอมสายบุญ ตามรอยพระพุทธเจ้าครบทั้ง 4 สังเวชนียสถาน กราบสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน สู่เมืองราชคฤห์ ชม "วัด" ชม "มหาวิทยาลัยสงฆ์" ในพระพุทธศาสนา
  • ล่องเรือแม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี
  • สักการะวัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี
  • ชมความยิ่งใหญ่ของทัชมาฮาล ณ เมืองอัคร

เลือกวันเดินทาง

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ท่านละ พักเดี่ยวเพิ่มเงิน ราคาเด็กท่านละ ว่าง
04 พ.ย. 69 - 12 พ.ย. 69 44,900 บาท 53,800 บาท สอบถามเพิ่มเติม 25 จอง
02 ธ.ค. 69 - 10 ธ.ค. 69 45,900 บาท 54,800 บาท สอบถามเพิ่มเติม 25 จอง
16 ธ.ค. 69 - 24 ธ.ค. 69 44,900 บาท 53,800 บาท สอบถามเพิ่มเติม 25 จอง
27 ธ.ค. 69 - 04 ม.ค. 70 48,900 บาท 60,400 บาท สอบถามเพิ่มเติม 25 จอง
31 ธ.ค. 69 - 08 ม.ค. 70 49,900 บาท 61,400 บาท สอบถามเพิ่มเติม 25 จอง
ราคาเริ่มต้น
44,900 บาท

แผนการเดินทาง

08.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินไทย (Thai Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

11.00 น. เหินฟ้าสู่เมืองคยา โดยการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 327 บนเครื่องบิน มีอาหารกลางวันบริการ

12.40* น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร *เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศไปยังโรงแรมที่พัก นั่งรถประมาณ 15-20 นาที

ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า

จากนั้น นัดหมายเวลาพร้อมเพรียงกันที่ล้อบบี้

แนะนำ

การแต่งกาย : ในพุทธสถานควรแต่งชุดสุภาพ (ไม่บังคับชุดขาว) รองเท้าแบบสวมถอดได้ง่าย เนื่องจากต้องถอดรองเท้าขณะเข้าไปในพุทธสถานโดยสามารถสวมถุงเท้าได้

(ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกทุกชนิด เข้าภายในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ท่านสามารถเก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ที่โรงแรมหรือ บนรถ-มีผู้ดูแลทรัพย์สินให้)

จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธสังเวชนียสถานที่ 1

ค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูปบริเวณองค์เจดีย์พุทธคยา (ชำระที่หัวหน้าทัวร์)

กล้องถ่ายรูปธรรมดา 100 รูปี

กล้องวีดีโอ 300 รูปี

เดินทางถึงบริเวณองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยเรียบร้อย แล้วนำคณะกราบนมัสการพระพุทธเมตตาซึ่งประดิษฐานภายในพระมหาเจดีย์ และกราบสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากนั้นนำชมสัตตมหาสถาน ธรรมสถานแห่งพระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้ 49 วันทั้ง 7 แห่งโดยรอบ อันประกอบไปด้วยสถานที่จริงสัปดาห์ที่ 1 - 4 และสถานที่จำลองในสัปดาห์ที่ 5 - 6

เรียบร้อยแล้ว นำคณะจาริกบุญสวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์บูชาสังเวชนียสถาน จากนั้นเชิญท่านทัศนาธรรม นั่งสมาธิปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลา นัดหมายเวลาเชิญท่านกลับโรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 1)

ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)

เดินทางถึงประตูเมืองราชคฤห์ ผ่านชมรอยทางเกวียนเก่าสันนิษฐานว่าเป็นรอยเดียวกับครั้งเมื่อสมัยพุทธกาล นั่งรถต่อไปยังเขาคิชกูฎ เพื่อกราบสักการะพระคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เป็นการเดินขึ้นที่สูงโดยมีขั้นบันไดที่ลาดชันไม่มากนัก ก้าวเดินสบาย ระยะทางโดยรวมประมาณ 800 เมตรใช้เวลาเดินขึ้นเขาประมาณ 30 นาที ในสมัยพุทธกาลพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงแคว้นมคธได้ใช้ทางเดินสายนี้เสด็จฯ ขึ้นไปกราบนมัสการพระพุทธเจ้าเช่นกัน หากท่านไม่สะดวกเดินเท้าหรือปัญหาด้านหัวเข่าแนะนำบริการ เสลี่ยงหามโดยชาวพื้นเมือง (กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์เพื่อจองและชำระค่าใช้จ่าย 1,600 รูปีรวมขาไปกลับ + ทิปคนหาบ) ระหว่างทางขึ้นยอดเขาคิชกูฎ แวะกราบสักการะ ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ซึ่งพระสารีบุตรบรรลุเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏิพระอานนท์ ถ้ำพระโมคคัลลานะ

เมื่อถึงยอดเขาคิชกูฏ อันถึงที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์ศาสดา นมัสการมูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า อิสระท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางลงมาขึ้นรถ

ระหว่างทางผ่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรก, ผ่านชม ตะโปทาราม สถานที่อาบน้ำชะล้างบาป 4 วรรณะของชาวอินเดีย เป็นน้ำแร่จากธรรมชาติจากเขาสัตตบรรณคูหา

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 3)

ออกเดินทางต่อไปยัง “วัดเวฬุวัน” ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารพระราชทานพระราชอุทยานสวนป่าไผ่ และทรงสร้างวัดเวฬุวัน ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าในพรรษาแรกปลังเสด็จตรัสรู้และเป็นสถานที่ที่พระอริยสงฆ์สาวกจำนวน 1,250 รูป ซึ่งล้วนเป็น ภิกษุเอหิภิกขุ-อุปสัมปทา กล่าวคือ ภิกษุที่พระพุทธเจ้า ทรงให้การอุปสมบทด้วยพระองค์เอง มาประชุมพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมายทำให้เกิด “วันมาฆะบูชา” ขึ้น นำท่านสวดมนต์บูชาสถานที่ และอิสระท่านเจริญภาวนา

ออกเดินทางต่อไปยังเมืองนาลันทา (ใช้เวลานั่งรถ 40 นาที) นำท่านเข้ากราบนมัสการพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินแกรนิต “หลวงพ่อดำ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คนอินเดียนิยมมาขอพรเรื่องการรักษาอาการป่วย อิสระท่านขอพรเป็นการส่วนตัว

ทัศนาธรรมต่อไปยัง “นาลันทาคาม” บ้านเกิดของพระสารีบุตร อัครสาวกฝ่ายขวา ซึ่งต่อมาได้เป็นสถานที่สร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาที่รุ่งเรืองในอดีต พระถังซำจั๋ง (หลวงจีนหยวนฉาง) ได้เคยจาริกมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 และศึกษาพระธรรมและเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ในทางพุทธศาสนาเคยเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก ครั้งอดีตและเคยมีพระภิกษุจำพรรษากว่า 10,000 รูป ศึกษาธรรม ปัจจุบันเหลือเพียง แผนผังอาคารอิฐร้างมหาวิทยาลัยเท่านั้น จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเมืองพุทธคยา นั่งรถกลับประมาณ 3 ชั่วโมง

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)

ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Anand / Hotel Dhamma Grand หรือระดับเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 5) จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ

นำท่านชมบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นบ้านนางสุชาดา อุบาสิกาคนสำคัญของพระศาสนา บุตรสาวของคฤหบดีเศรษฐีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีต แด่พระบรมศาสดาก่อน การตรัสรู้ ถือเป็นภัตตาหารอันประณีตและยังความหมายต่อชาวพุทธถึงปัจจุบัน ชมริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่พระบรมศาสดาทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำที่นางสุชาดาถวายพร้อมข้าวมธุปายาส ที่ท่าสุปปติฏฐะ จากท่าน้ำนี้ท่านสามารถเห็นเจดีย์มหาโพธิ์

ออกเดินทางสู่เมืองพารานสี นั่งรถประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางมีจุดแวะพักอิริยาบถ เข้าห้องน้ำสะอาด

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 6)

จากนั้นนำท่านกราบสักการะ ธรรมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา พุทธสังเวชนียสถานที่ 2 สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงโปรดแสดงพระธรรมเทศนา บทสำคัญ มีชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ผลแห่งการแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรก ทำให้ท่านพระโกญฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าของปัญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรมคือ บรรลุธรรม และขออุปสมบทเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา จึงครบพระรัตนตรัยบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และต่อมาหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์อีกประมาณ 300 ปีเมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชได้หันมานับถือพระพุทธศาสนา ได้เสด็จมานมัสการสถานที่นี้ พระองค์ได้ทรงสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ไว้มากมายเพื่อเป็นอนุสรณ์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน นำท่านชมพระมูลคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เสาศิลาจารึกพราหมณีของพระเจ้าอโศก กลุ่มอิฐกุฏิ กว่า 100 หลัง ที่ขุดค้นและบูรณะโดยรอบ นำคณะผู้จาริกบุญ สวดมนต์บทธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)

ที่พัก เข้าที่พัก Hotel The Fern / Hotel Pinnacle หรือระดับเทียบเท่า

ปลุกตื่น นำท่านไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา คณะลงล่องเรือ (ใช้เวลาล่องเรือราวๆ40นาที) เพื่อชมพิธีบูชาศิวะเทพเจ้าของชาวฮินดูแท้ ที่มีความเชื่อว่าเป็น แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาศ (Mt. Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามสภาพภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต) โค้งแม่น้ำคงคานี้ มีความเชื่อทั้งทางฮินดูและพุทธ เป็นพิธีศักดิ์ และมีการบูชานี้ในทุกวันริมฝั่งแม่น้ำคงคา ฟรี กระทงบูชาต่อพระแม่คงคาและยังสามารถเจริญจิตปล่อยทุกข์ปลดโศก ปลงสังขารในโค้งน้ำศักดิ์นี้ พร้อมทั้งชมพิธีการปลงสังขารสุดท้ายชองชีวิตแบบฮินดู ที่ท่าเผาศพที่กองไฟไม่เคยมอดดับ มานานกว่า 4,000 ปี (บริเวณท่าเผาศพนี้ห้ามถ่ายรูป)

กลับโรงแรมที่พัก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 8) เชคเอ้าสัมภาระ

ออกเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง) กุสินารา ( Kushinagar) อันเป็นที่ตั้งของสาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในสมัยพุทธกาลชื่อแคว้นมัลละ 1 ใน 16 แคว้นสำคัญ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 9)

วิถีชีวิตชาวเมืองกุสินารา รัฐอุตรประเทศ เป็นสังคมเกษตรกรรมที่เรียบง่าย ผสมผสานกับจิตวิญญาณแห่งการแสวงบุญ ศูนย์รวมใจของคนไทยคือ พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา: พระมหาเจดีย์ที่รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแปลนและพระราชทานนาม ประดิษฐานมงคลพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้า (พระเกศา) ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่ภายในวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 10)

ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Hotel Om Residency / Hotel Lotus Nikko หรือระดับเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)

นำท่านสู่ สาลวโนทยาน พุทธสังเวชนียสถานที่ 3 ชมปรินิพพานวิหารและ กราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานเหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้า จริงๆ และปรินิพานสถูป จากนั้นนำท่านขึ้นรถ ออกไปไม่ไกลไปนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของ พระพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธเจดีย์เมื่อท่านมายังสถานที่แห่งนี้แล้วจะรู้สึกสลดใจในการจากไปของพุทธบิดาแห่งชาวพุทธ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 12) เช็คเอ้าท์พร้อมสัมภาระ

ออกเดินทางไปเมืองลุมพินี ประเทศเนปาล (ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง)

ก่อนถึงชายแดนด่านตรวจหนังสือเดินทางออกจากประเทศอินเดีย เข้าสู่เนปาล

แวะพักอิริยาบทวัดไทย 960 ได้เวลาสมควรเชิญท่านขึ้นรถ

ถึงบริเวณด่านตรวจคนเข้า- ออกเมือง ฝั่งอินเดีย เชิญท่านลงสแกนนิ้วมือพร้อมลงตราออกจากประอินเดีย จากนั้นนับจำนวนรวมพลอีกครั้งเพื่อนำท่านขึ้นรถด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งประเทศเนปาล

โปรดสังเกตุ

นาฬิกาบนโทรศัพท์มือถือหรือ SMART WATCH จะปรับเวลาอัตโนมัติ / โปรดปรับนาฬิกาข้อมือ

เวลาท้องถิ่น เนปาลช้ากว่าเวลาท้องถิ่นของประเทศไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที และเร็วกว่าสาธารณรัฐอินเดีย 15 นาที

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม (มื้อที่ 13)

ที่พัก โรงแรมที่พัก Hotel Asian Buddha / Hotel Landmark หรือระดับเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 14)

มงคลในดินแดนประสูติกาลมหาบุรุษ นำท่านสู่ สวนลุมพินีวัน โดยการเปลี่ยนรถไปนั่งรถสามล้อเล็ก โดยบริการของชาวพื้นเมือง เมื่อลงรถแล้ว ท่านสามารถแวะห้องน้ำได้ที่ศูนย์บริการพักจากกการบริจาคของชาวไทย หลังจากนั้น นำท่านเดินเท้า เข้าสู่พุทธสถานแห่งการประสูติกาล เชิญท่านถ่ายรูปบริเวณพระพุทธเจ้าน้อย ที่อัญเชิญจากประเทศไทย ประดิษฐานลานแห่งศรัทธา เพื่อนำรวมพลก่อนเข้าสู่สวนด้านในกราบนมัสการรอยพระบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ วิหารมหามายเทวี (ใหม่) และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง 22 ฟุต 4 นิ้ว และมีข้อความอย่างสมบูรณ์เขียนด้วยภาษาพราหมี จารึกสถานที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นชมสระโบกขรณี ที่น้ำไม่เคยแห้ง คณะสวดมนต์บูชาสถานที่ และเชิญท่านปฏิบัติบูชาตามอัธยาศัย

ด้านในมหาวิหารมายาเทวีไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ

แต่โดยรอบสวนลุมพินีวัน สามารถถ่ายรูปได้ โดยมีค่าธรรมเนียมกล้องดังนี้

กล้องถ่ายรูปธรรมดา ไม่เสีย

กล้องวีดีโอ 10 USD / 800 รูปีอินเดีย / 400 บาท

กลางวัน กลับโรงแรม รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 15) จากนั้นเชคเอ้าท์สัมภาระ

ออกเดินทางสู่ชายแดนเนปาล-อินเดียอีกครั้ง

เดินทางต่อไปยังเมืองสาวัตถี นั่งรถประมาณ 4-5 ชั่วโมง ระหว่างแวะพักอิริยาบถ วัดไทย

ค่ำ รับประทานอาหารที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 16)

ที่พัก เข้าสู่ที่พัก Hotel Platinum / Hotel The Tulip Inn หรือระดับเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 17)

นำท่านสู่ วัดพระเชตวันมหาวิหาร เป็นวัดที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา สร้างถวายโดย ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ตั้งอยู่เขตเมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ระหว่างทางจะได้ผ่านชมบริเวณที่สันนิษฐานกันว่าเป็นที่ซึ่งธรณีสูบพระเทวทัต ในบั้นปลายชีวิต ครั้งเดินทางมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ด้านตะวันออกเฉียงใต้จากวัดศรีลังกา ยังมีมีบ่อน้ำโบราณ กล่าวกันว่าคือ อนุสรณ์ของนางจิณจมาณวิกา ที่ถูกแผ่นดินสูบครั้งที่สร้างบาปหนัก จนแผ่นดินไม่อาจ รับไว้ได้ ต้องแยกออกตามตำนานคำบอก เมือถึงกำแพงรอบขอบวัด นำท่านเข้ารับละอองบารมีโดยรอบ วัดพระเชตวันมหาวิหาร ที่ประทับจำพรรษาสำคัญและนานที่สุดของพระพุทธองค์ (19 พรรษา) นมัสการ พระมูลคันธกุฎี มหากุฏิของพระพุทธองค์ ที่ได้ทำบูรณะปฎิสังขรณ์จากทางการอินเดียเป็นอย่างดี ในอาณาบริเวณอารามนี้ ท่านสามารถ กราบสักการะอานันทโพธิ์ ต้นโพธิ์ที่ปลูกโดยพระอานนท์ในสมัยพุทธกาล ต้นโพธิ์ต้นนี้ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์และยังคงเป็นยืนต้นมาจนปัจจุบัน นำชมบ่อน้ำสรงส่วนองค์ของพระพุทธองค์, สถูปพระอรหันต์แปดทิศ, กุฏิพระราหุล, พระมหากัสสปเถระ, พระสีวลีและพระสารีบุตรตามลำดับ จากนั้นนำสวดมนต์บูชาสถาน และอิสระเวลาท่านเชิญที่ตามอัธยาศัย

นำชมบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ปัจจุบันคือซากโบราณสถานตั้งอยู่ไม่ไกลจาก วัดพระเชตะวัน อันเป็นที่รำลึกถึงผู้เป็นอัครมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็นเลิศด้านการถวายทาน ท่านเป็นผู้ให้ความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างดี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าเสด็จประทับจำพรรษาที่วัดพระเชตะวัน ที่ท่านสร้างมากกว่าที่ประทับใดๆ ถึง 19 พรรษา ในบริเวณใกล้เคียงนำชม สถูปองค์คุลีมาล คฤหาสน์ของพราหมณ์ปุโรหิตผู้เป็นบิดาของพระองคุลีมาล เนินดินนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการกลับใจ ที่ย้ำเตือนถึงพุทธประวัติ ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าทรงโปรดโจรองคุลีมาล ด้วยพุทธดำรัสอันโด่งดังว่า "เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด" จนทำให้มหาโจรผู้ฆ่าคนมา 999 ศพ กลับใจบวชและบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18)

จากนั้น เดินทางสู่เมืองอัครา ใช้เวลาในเดินทาง 5 ชั่วโมง

นครอัครา /อาครา (Agra) เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนา ในรัฐอุตตรประเทศ ทางทิศใต้ของกรุงนิวเดลี ด้วยประชากรทั้งหมดประมาณ 1.6 พันล้านคน ทำให้อาคราเป็นเมืองที่มีประชากรมากในอันดับที่ 4 ของรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 23 ในประเทศอินเดีย

ค่ำ รับประทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)

ที่พัก เข้าที่พัก Hotel Crytal inn / Hotel Crimson หรือระดับเทียบเท่า

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 17)

นำท่านออกเดินชมความงดงามอนุสรณ์แห่งรักอมตะ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา ทัชมาฮาล Taj Mahal อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่และนิจนิรันดร์ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาลมีต่อพระมเหสี มุมตัส มาฮาล ซึ่งสวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 สถานที่แห่งนี้ใช้สำหรับเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัสและกษัตริย์ซาจาร์ฮาล สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวประดับด้วยอัญมณีหลากสีและหินทรายสี แบบศิลปะเปอร์เซียร์ ครั้งเมื่อราชวงศ์ โมกุลรุ่งเรือง

ทัชมาฮาล ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีพุทธศักราชที่ 2526 หรือปีคริสต์ศักราช 1983 อาคารนี้ผสมผสานประเพณีการออกแบบของสถาปัตยกรรมอินเดีย-อิสลามและโมกุล โดยใช้โครงสร้างที่สมมาตรโดยใช้รูปทรงและสัญลักษณ์ต่างๆ ในขณะที่สุสานสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวฝังด้วยหินอัญมณีหลากสี (ด้านในทัชมาฮาล ห้ามถ่ายรูป)

นำท่านเที่ยวชม ป้อมอัครา Agra Fort เป็นป้อมปราการที่สร้างด้วยหินทรายสีแดง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา โค้งน้ำยมุนาฝั่งเดียวกับทัชมาฮาล พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าซาจาร์ฮาล กษัตริย์ลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุล ซี่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหาร มาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และมีความยาว 2.5 กิโลเมตร สถานที่ที่กษัตริย์ซาจาร์ฮาล ถูกขังโดยพระโอรสของพระองค์เอง ผู้มีพระนามว่า “ออรังเซบ” และใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต มองผ่านแม่น้ำยมุนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 18)

จากนั้นออกเดินทางไปยังเดลี ใช้เวลานั่งรถ 5 ชั่วโมง ระหว่างทาง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่ร้านอาหารในเมืองเดลี (มื้อที่ 22)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี

00.20 ออกเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบิน TG316

05.25 น.** ถึง สนามบินสุวรรณภูม โดยสวัสดิภาพ

**เวลาท้องถิ่นประเทศไทย

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

INDIA WEATHER
Nepal WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

ราคาเริ่มต้น
44,900 บาท
รหัส 006-B07439 ทัวร์อินเดีย อิ่มเอม อินเดีย เนปาล สี่สังเวชนียสถาน พุทธคยา-ราชคฤห์-พารานสี-กุสินารา-ลุมพินี-สาวัตถี–ทัชมาฮาล-เดลี
ระยะเวลา 9 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้น 44,900 บาท
เดินทางช่วง พ.ย.69 - ธ.ค.69
เดินทางโดย Thai Airways (TG)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://www.waytica.com/tour.php?tour_id=24228
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://tourfiles.vm101.net/pdf/936/006-B07439.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ Waytica Travel
เลขที่ใบอนุญาต 11/13572
โทร 092-545-3239
LINE ID @waytica
LINE URL https://line.me/ti/p/~@waytica
อีเมล info@waytica.com
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode

โปรแกรมแนะนำ

ติดต่อสำนักงาน
Waytica Travel
เลขที่ใบอนุญาต 11/13572

เวย์ทิการ์ ทราเวล ดำเนินการโดย บริษัท เวย์ ทู อีซี่ จำกัด 89/63 หมู่9 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140

 

จันทร์-เสาร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา